News Update

News Update

ทำไมโรงพยาบาลยุคใหม่ต้องเลิก "ไว้ใจ" เครือข่ายภายใน และเปลี่ยนสู่ระบบ Zero Trust

ปัจจุบันโรงพยาบาลกำลังถูกปิดล้อม
    •    วิกฤตสาธารณสุข: ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า 93% ขององค์กรทางการแพทย์เคยโดนแฮก และ 3 ใน 4 ส่งผลกระทบต่อการรักษาชีวิตคนไข้โดยตรง
    •    ค่าเสียหายมหาศาล: ธุรกิจการแพทย์มีมูลค่าความเสียหายจากการถูกเจาะข้อมูลเฉลี่ยสูงถึง 7.42 ล้านดอลลาร์ (สูงที่สุดในทุกกลุ่มธุรกิจ) และกว่าจะรู้ตัวว่าโดนแฮกขโมยข้อมูลไป ต้องใช้เวลานานเฉลี่ยถึง 279 วัน

ทำไมระบบป้องกันแบบเดิม (Firewall + Antivirus) ถึงเอาไม่อยู่?
ในอดีต เรามักสร้างกำแพงกั้น (Firewall) เพื่อป้องกันคนนอก และ "ไว้ใจ" ทุกคนที่อยู่ภายในเครือข่าย แต่ในยุคปี 2026 ระบบการแพทย์เปลี่ยนไปแล้ว:
    1.    Hybrid Work: หมอและพนักงานรีโมททำงานจากภายนอกโรงพยาบาลสูงถึง 69%
    2.    Medical IoT: มีการใช้อุปกรณ์การแพทย์อัจฉริยะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อติดตามอาการคนไข้จำนวนมาก

ผลลัพธ์: ขอบเขตปลอดภัยแบบเดิมพังทลายลง แฮกเกอร์แค่แฝงตัวผ่านรหัสผ่านที่หลุดมา ก็สามารถเดินหน้าล็อกอินยึดเครื่องจ่ายยาหรือระบบแล็บในโรงพยาบาลได้ทันทีโดยไม่มีใครสงสัย

ทางออกเดียว: "ยาขนานเอก" ที่เรียกว่า Zero Trust
หน่วยงานความมั่นคงระดับโลกอย่าง NIST และ NSA ออกโรงเตือนว่า องค์กรแพทย์ต้องเปลี่ยนแนวคิดเป็น "ไม่เคยไว้วางใจ และต้องตรวจสอบเสมอ" (Never Trust, Always Verify) โดยอยู่บนสมมติฐานที่ว่า "ระบบของเราอาจจะโดนเจาะไปแล้ว" 3 เสาหลักของการป้องกันยุคใหม่ (โดยใช้เทคโนโลยีระดับ Enterprise เช่น ESET PROTECT MDR):
    •    เลิกตรวจสอบแค่รหัสผ่าน: ทุกครั้งที่มีการเชื่อมต่อ ระบบต้องเช็ก Context (บริบท) เสมอ ทั้งตัวตนผู้ใช้, ความปลอดภัยของอุปกรณ์, เวอร์ชันซอฟต์แวร์, พฤติกรรม และสถานที่
    •    อัปเดตแพตช์อัตโนมัติ: อุปกรณ์การแพทย์หรือคอมพิวเตอร์เครื่องไหนที่ไม่อัปเดตแพตช์ หรือมีช่องโหว่ร้ายแรง ระบบจะตัดการเชื่อมต่อออกจากทรัพยากรส่วนกลางทันที เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนำมัลแวร์
    •    ใช้ AI + MDR เฝ้าระวัง 24 ชม.: ใช้ระบบ XDR และทีมผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกคอยมอนิเตอร์พฤติกรรมผิดปกติ เพื่อเข้าไประงับโปรเซสอันตรายให้ได้ภายในเวลาหลักนาที เพราะในธุรกิจโรงพยาบาล ระบบล่มอาจหมายถึงชีวิตคนไข้

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร:
การทำระบบรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาล ไม่ใช่แค่เรื่องไอที แต่คือเรื่องของความเป็นความตาย การเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Trust ไม่จำเป็นต้องทำเสร็จในวันเดียว แต่ต้องเริ่มกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนทันที เพื่อไม่ให้ระบบควบคุมที่หละหลวม กลายเป็นช่องทางให้แรนซัมแวร์เข้ามาหยุดการทำงานของโรงพยาบาลครับ

Reference : Why zero trust is critical for healthcare cybersecurity

share :

This website Collects

To give you a better experience, by continuing to use our website, you are agreeing to the use of cookies and personal data as set out in our Privacy Policy | Terms and Conditions

Accept