News Update

News Update

เมื่อมัลแวร์ข้ามกำแพงจาก Windows สู่ macOS และความจริงที่ผู้ใช้ต้องรู้

หลายปีที่ผ่านมา มีความเชื่อที่ฝังรากลึกว่า "ใช้ Mac แล้วไม่ติดไวรัส" หรือ "มัลแวร์ Windows รันบน Mac ไม่ได้" แต่ในโลกไซเบอร์ปี 2026 ความเชื่อเหล่านี้กำลังกลายเป็นช่องโหว่ที่อันตรายที่สุด เพราะอาชญากรไซเบอร์ได้พัฒนาเทคนิคที่ก้าวล้ำไปไกลกว่าแค่ "นามสกุลไฟล์" แล้ว

1. ความเข้าใจผิด: "ใช้คนละระบบ ไวรัสย่อมรันไม่ได้"
ความจริง: แม้ไฟล์ .exe จะรันบน macOS ไม่ได้โดยตรง แต่ผู้โจมตีเปลี่ยนไปใช้ "ภาษากลาง" ที่ทุกเครื่องเข้าใจ เช่น:
    •    Script-Based Malware: การใช้ภาษา Python หรือ JavaScript ที่ทำงานได้ทุกแพลตฟอร์ม
    •    Web-Based Attacks: การโจมตีผ่าน Browser Extensions หรือการขโมย Cookies ซึ่งมีโครงสร้างเหมือนกันทั้งบน Windows และ Mac
    •    Multi-Platform Payloads: มัลแวร์ที่ถูกออกแบบให้มี "เปลือกหุ้ม" แยกตามระบบปฏิบัติการ แต่มีหัวใจการจารกรรมตัวเดียวกัน

2. กำแพงของ Apple: แข็งแกร่งจริง หรือแค่ภาพลักษณ์?
Apple ออกแบบ macOS มาให้มีความปลอดภัยสูงมากด้วยระบบ Gatekeeper (ตรวจสอบแอป), Sandboxing (จำกัดสิทธิ์แอป) และชิป Apple Silicon ที่มีระบบความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ แต่จุดตายของระบบที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือ "ปุ่ม Allow (อนุญาต)"
    •    ระบบไม่ได้ถูก "เจาะ" (Hacked) แต่ถูก "หลอก" (Tricked) โดยอาศัยมือของผู้ใช้งานเอง    
    •    เมื่อผู้ใช้กรอกรหัสผ่าน Admin หรือกด Allow ระบบความปลอดภัยที่ Apple สร้างไว้จะถูก "ยกเว้น" ทันทีตามความประสงค์ของผู้ใช้

3. Human Error: ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไซเบอร์
จากสถิติพบว่าความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของโค้ดระบบปฏิบัติการ แต่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ใช้ (Social Engineering) เช่น:
    •    ความประมาท (False Sense of Security): ผู้ใช้ Mac มักมีความระมัดระวังต่ำกว่าผู้ใช้ Windows เพราะเชื่อว่าระบบป้องกันตัวเองได้ 100%
    •    การติดตั้งซอฟต์แวร์นอกเหนือจาก App Store: เช่น แอปแคร็ก หรือโปรแกรมฟรีที่แฝงมัลแวร์ชนิด Trojan ซึ่งจะขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง

4. ทางออกที่ยั่งยืน: Security Awareness Training (SAT)
ในเมื่อ "ระบบ" ป้องกันได้เพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งจึงต้องอาศัย "คน" การมีซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสราคาแพงจึงไม่สู้การมี "ผู้ใช้งานที่รู้เท่าทัน"

การทำ Security Awareness Training (SAT) คือหัวใจสำคัญขององค์กรยุคใหม่:
    •    เปลี่ยนจาก "เหยื่อ" เป็น "เซนเซอร์": ฝึกให้พนักงานสังเกตความผิดปกติได้เอง เช่น หน้าต่าง Pop-up ที่ดูไม่ชอบมาพากล
    •    จำลองเหตุการณ์จริง (Phishing Simulation): ทดสอบความพร้อมของพนักงานด้วยการส่งอีเมลล่อลวงจำลอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการทำงานจริง
    •    ลดภาระของระบบ: เมื่อพนักงานมีความรู้ ภาระในการคัดกรองภัยคุกคามของระบบ IT จะลดลง และลดโอกาสเกิด Data Breach ที่มีมูลค่าความเสียหายมหาศาล

บทสรุปสำหรับองค์กร

ความปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ฝ่ายไอที" หรือ "ยี่ห้ออุปกรณ์" แต่มันคือวัฒนธรรมองค์กร การใช้ macOS อาจช่วยลดความเสี่ยงจากไวรัสแบบเก่าได้ แต่ไม่ได้ช่วยให้ท่านรอดพ้นจากมัลแวร์จารกรรมข้อมูลยุคใหม่ หากผู้ใช้งานยังขาด Awareness ที่ถูกต้อง

"ระบบที่ปลอดภัยที่สุด คือระบบที่มีผู้ใช้ที่ช่างสังเกตที่สุด"

Link reference : 
1. ลิงก์ยืนยันมัลแวร์ข้าม Platform (Windows -> macOS)

2. ลิงก์ยืนยันเรื่อง "ความผิดพลาดของมนุษย์" (Human Element)

3. ลิงก์ทางการเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของ Apple

4. ลิงก์เน้นย้ำความสำคัญของ "Awareness Training"

share :

This website Collects

To give you a better experience, by continuing to use our website, you are agreeing to the use of cookies and personal data as set out in our Privacy Policy | Terms and Conditions

Accept